แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิจารณ์หนัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิจารณ์หนัง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

วิจารณ์หนังใหม่ส่วน UNBROKEN

บทวิจารณ์หนังเรื่อง UNBROKEN


class=aligncenter


ถึงแม้ว่าหนังอย่างเรื่อง Unbroken นั้นจะตั้งใจนำเสนอวีรกรรมกับความอดทนของบุคคลที่มีตัวตนอยู่ครันในชีวประวัติศาสตร์อย่าง หลุยส์ แซมเปอร์รินี่ แต่ทว่าจุดขายของโปรแกรมหนังที่แท้แน่ๆคือการเอาชื่อผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์หญิงอย่าง แองเจลิน่า โจลี่ มาขายเป็นหลัก เสียจนเราอาจจักกล่าวได้ว่า เราแทบจะสนใจในออร่ารัศมีของตัวโจลี่ มากกว่าจักไปโฟกัสตัวหนังเสียอีกด้วยซ้ำไป


ซึ่งจริงๆ แล้วผลงานการกำกับของโจลี่ชิ้นที่ 3 นี้ถือว่าทำออกมาได้สมน้ำสมเนื้อ เพราะว่าตัวหนังมีสเกลของเรื่องที่เรียกได้ว่าใหญ่พอตัว เนื่องแต่ตัวหนังมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องสงคราม ปรากฏม่านเครื่องบินรบ รวมไปถึงช่วงเวลาที่ตัวละครของเรื่องต้องไปลอยคออยู่กลางทะเล ก่อนที่จักโดนจับไปอยู่ในค่ายเชลยตอนท้ายเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าการควบคุมงานสร้างของโจลี่แม้ว่าจักออกมาน่าพอใจ แต่ครั้งลองหันกลับมามองในเรื่องตัวบทจอเงินด้วยกันวิธีการเล่าเรื่องของเธอแล้วจะพบว่าตัวหนังเข้าใหม่ค่อนข้างประสบปัญหาพอสมควร


เพราะว่าที่ แจ็ค โอคอนเนล ที่เป็นนักแสดงนำของเรื่องที่รับบทเป็น หลุยส์ แซมเปอร์รินี่ นั้นต้องรับหน้าที่ในการโอบอุ้มเช็ครอบหนังทั้งเรื่องไว้เลยทีเดียว ด้วยเหตุที่มันเล่าช่วงเวลาที่เขาต้องพยายามเอาชนะตัวเองในการวิ่งมาราธอนก่อนจะผันตัวเองไปวิ่งแข่งขันเป็นนักกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิกโลก ซึ่งหนังก็เล่าช่วงเวลานี้แบบทะลุทะลวงๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากนัก


แต่ทว่าฝันของหลุยส์ นั้นก็ต้องดับวูบหายไปตราบเขาต้องเข้าไปร่วมเป็นพลทหารอากาศในกองทัพสหรัฐ ระหว่างที่เขาได้รับภารกิจในการบินไปลาดตระเวนนั้นเองเครื่องของเขาก็ถูกยิงตกลงในมหาสมุทรจนต้องลอยคอยอยู่กลางทะเลเป็นเวลาหลายอาทิตย์ ซึ่งพวกเขาก็ต้องเผชิญสภาพขาดน้ำ ขาดอาหารและโดนแสงแดดแผดเผาจนร่างกายไหม้ คล้ายๆ กับชีวิตพายใน Life of Pi แต่ที่ซวยหนักกว่าคือการที่เขาถูกกองทัพญี่ปุ่นพบพร้อมด้วยจับตัวไปเป็นเชลยสงครามในค่ายทหาร


พร้อมทั้ง ณ ในค่ายทหารนั้นเองหลุยส์ต้องเผชิญหน้า เดอะเบิร์ด 1.มิยาวิ, 2.ทาคามาสะ อิชิฮาระ ที่ใครๆ ก็ขนานนามว่าเขาเป็นจอมโหดแห่งค่ายเชลยสงครามที่มักจักลงมือลงไม้กับนักโทษเป็นประจำ กับหลุยส์ก็ตกเป็นกระสอบทรายอยู่บ่อยครั้ง


ซึ่งสิ่งที่น่ากังขาก็คือ ความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียดของ เดอะเบิร์ด ด้วยกัน หลุยส์ นั้น เรียกได้ว่าตัวดูหนังนำเสนอมาแล้วส่อกลิ่นโฮโมอิโรติกคลุ้งจอไปหมด เหตุเพราะเคมีของนักแสดงชายทั้งสองคนดันเข้ากันแบบประหลาด ยิ่งแววตาโหยไห้ของฝ่ายญี่ปุ่นนั่นยิ่งสร้างความรู้สึกตะหงิดๆว่านักๆแล้ว เดอะเบิร์ดนั้นแอบชอบในความไม่ยอมพ่ายแพ้ของหลุยส์ ไม่ก็คิดเป็นอื่นไกลไปกว่านั้นเราก็ไม่อาจจักรู้ได้เหมือนกัน เหมือนแค่รู้สึกได้ว่าม่านบังตานั้นส่งกลิ่นแปลกๆอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว


เพราะถ้ามองในภาพรวมแล้วหนังใหม่อาจจักไม่ได้บันเทิง หรือน่าจดจำในทุกภาคส่วน แต่ถือว่าเป็นผลงานที่เรามองเห็นความตั้งใจของ แองเจลิน่า โจลี่ ในการถ่ายทอดเรื่องราวของหลุยส์ แซมเปอรินี่ได้ไม่เลวทีเดียวครับ

ให้ 3 คะแนนจาก 5 คะแนน

@พริตตี้ปลาสลิด

class=

ที่มา: http://movie.sanook.com/48181/

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ข้อความย่อยวิจารณ์หนังเนื้อความ The Imitation Game,Fifty Shades of Grey

บทวิจารณ์หนังเรื่อง The Imitation Game




ซึ่งในตัวหนังพร้อมด้วยชีวิตยิ่งของ อลัน ทัวริ่ง เขาอาจจักต้องคอยปกปิดความเป็น เกย์ ของตัวเองเอาไว้จวบจนวันตายของเขา มิหนำซ้ำในช่วงเวลาดังกล่าวแล้วการเป็นบุคคลที่รักในเพศเดียวกันนั้นยังจัดเป็นเรื่องผิดกฎหมายพร้อมทั้งมีบทลงโทษของการเป็นเช่นนั้นอีกต่างสมมติว่า

เพราะว่าที่ อลัน ทัวริ่ง นั้นอาจจะเป็นแค่นักคณิตศาสตร์คนหนึ่ง แต่ตราบเขาฉายแววพอเขาได้เข้าร่วมกับคณะถอดรหัสลับอีนิกม่าอันเป็นรหัสที่เยอรมันใช้ส่งข่าวสารเรื่องการเคลื่อนทัพในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 รหัสลับที่ว่ากันว่าถอดยากจนแทบไม่มีโอกาสจะถอดได้ แต่ว่าท้ายที่สุด อลัน ทัวริ่ง พร้อมกับหมู่ของเขาก็สามารถช่วยเหฟุ้งเฟื่องกองทัพของเหล่าสัมพันธมิตรให้กุมชัยชนะในสงครามด้วยกันย่นระยะเวลาจุดสิ้นสุดของสงครามให้จบลงไวกว่าเดิมร่วม 2 ปี

พร้อมทั้งการที่ได้สวมบทเป็นอลัน ทัวริ่งของเบเนดิกซ์ คัมเบอร์แบชนั้นเรียกได้ว่าเขาเป็นได้ทำให้ตัวละครที่เขาสวมบทบาทเต็มไปด้วยมิติมากมายไม่ว่าจักเป็นในฐานะของอัจฉริยะที่มีปัญหาเรื่องการเข้ากับผู้คนพร้อมกับการที่ เกย์หนุ่มที่ต้องแอบซ่อนความรู้สึกของตัวเอง รวมไปถึงปมในจิตใจยามเด็กและการเเลื่องลือกจักแต่งงานบังหน้าเพื่อดึง โจน คลาร์ค ไม่ก็ เคียร่า ไนท์ลีย์ เอาไว้ในคณะถอดรหัสไว้ให้ได้นานที่สุด

ด้วยความน่าสนใจของตัวละครของ โจน คลาร์ค ก็เรียกได้ว่าโดดเด่นไม่ปราชัยกับบทของอลัน เนื่องจากตัวละครนี้เป็นเพศหญิงแค่ปางคนเดียวเท่านั้น มิหนำซ้ำในยุคกาลสมัยดังกล่าวผู้หญิงถูกจัดเป็นช้างเท้าหลังที่มีหน้าที่อยู่ในหมวดนักทะเบียนเลขานุการไม่ใช่หรือไม่ก็ในฐานะแม่บ้านแม่เรือน แต่ในฐานะของนักคิดนั้น โอกาสความเป็นได้ต่ำเตี้ยพอๆกับบุคคลรักร่วมเพศ แถมหน้าที่ที่เธอโดนตราหน้าก็มีแค่เช่นการแต่งงานเป็นภรรยาของชายอื่นเช่นเดียวกับผู้หญิงทั่วไปในสังคม

เพราะว่าความสำเร็จของ อลัน ทัวริ่ง นั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวแทบจักไม่มีใครล่วงรู้เลย ด้วยเหตุที่มันเป็นปฏิบัติการลับทางทหาร พร้อมด้วยเวลาข้ามไปกว่า 60 ปีจนถึงทุกวันนี้สาเหตุการจากไปของอลัน ทัวริ่งก็ยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่ได้รับคำตอบอันแน่ชัด แนวคิดแรกก็คือเขาอาจจักฆ่าตัวตายจากการสูดสารไซยาไนด์เข้าไปเหตุเพราะหดหู่กับการต้องรักษาอาการรักร่วมเพศด้วยการฉีดฮอร์โมนเอสโตรเจนเข้าร่างกาย แทนการจองจำในคุก แต่ในอีกแนวคิดหนึ่งคือเขาเสียชีวิตเนื่องด้วยการสูดดมไซยาไนด์เข้าไปเพราะบังเอิญมากกว่า

แต่ว่าเรื่องที่น่าเศร้าที่ในช่วงเวลาดังกล่าวความสำเร็จที่อลัน เชี่ยวชาญช่วยเหโจษจันเหล่าทหารนับหมื่นนับแสนนายให้รอดพ้นจากความโหดร้ายของสงคราม แต่มีเท่าไม่กี่คนที่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาได้ทำลงไป ความสำเร็จนั้นไม่ได้รับการป่าวประกาศหรือว่ายกย่อง ซ้ำร้ายสิ่งที่เขาเป็นตามธรรมชาติของเขายังถูกสังคมมองว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายจนมันย้อนกลับมาแว้งกัดชีวิตของเขาอีก

พร้อมกับอย่างไรก็ตามวันนี้ก็มีคนรู้จักเกย์หนุ่มที่เป็นคนไขรหัสอีนิกมานามว่า อลัน ทัวริ่ง แล้ว

ให้ 4.5 คะแนนจาก 5 คะแนน

@พริตตี้ปลาสลิด

อ่าน 4 เรื่องสุดสยิวของเรื่อง Fifty Shades of Grey





เรื่องที่ 1.นั้นมาจากหนังสือเบสท์เซลล์เลอร์สู่ภาพบนจอเงิน

ด้วยว่าเรื่อง Fifty Shades of Grey นั้นเป็นผลงานวรรณกรรมของ อี แอล เจมส์ หนังสือไตรภาคที่มียอดขายถล่มทลายกว่า 100 ล้านเล่มใน 52 ภาษาทั่วโลก ที่สำคัญมันทำให้บรรดานักอ่านล้วนสนใจว่านิยายเล่มนี้มีความพิเศษตรงไหนและอะไรคือจุดขายของมัน พร้อมกับแน่นอนที่มันฉาวขนาดนี้เพราะมันเป็นนิยายที่พูดถึงเรื่องเซ็กส์แบบเจ็บๆ

เรื่องที่ 2.ความต้องประสงค์รู้หวังเห็น

ในหนังที่สร้างจากนิยายเรื่องนี้ ที่ตกเป็นประเด็นการคาดเดาในวงกว้างพร้อมทั้งความสงสัยใคร่รู้ไร้ขอบเขต โดยที่เทรลเลอร์ของหนังเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่มีผู้คลิ๊กชมมากที่สุดทาง YouTube จนถึงปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านี้ในประเทศไทยได้ข้อสรุปออกมาแล้วว่าตัวหนังจะเข้าฉายแบบเต็มๆไม่มีการตัดทอนใดๆออกแลกกับเรตที่ได้รับคือ ฉ 20+ นั่นคือต้องมีการตรวจบัตรประชาชนก่อนเข้าโรงหนัง

เรื่องที่ 3.ตัวของคริสเตียน เกรย์ หนุ่มนักธุรกิจรสนิยมเฉพาะทาง

ทางด้านของ เจมี ดอร์แนน ได้เสนอตัวรับบท คริสเตียน เกรย์ ที่เป็นนักแสดงชาวไอริช ผู้เป็นที่รู้จักจากการแสดงที่ได้รับรางวัลบาฟตา อวอร์ดของเขาในซีรีส์เรื่อง The Fall ด้วยกันซีรีส์ Once Upon a Time ได้ออดิชั่นบทบาทที่ใกล้เคียง

พร้อมทั้งเนื่องจากบทโปรแกรมหนังภาพยนตร์แท้จริงๆนั้นถูกเก็บไว้เป็นความลับจนกระทั่งเหลือกระฉ่อนผู้ออดิชั่นน้อยลง เขาจึงได้ทดลองเล่นเป็นคริสเตียนนักๆ ภายหลัง

เพราะว่าภายหลังการที่ได้บันทึกภาพที่มีแววแล้ว นักแสดงหนุ่มก็ได้คุยทางสไคป์กับเทย์เลอร์-จอห์นสัน ผู้กำกับหนังพร้อมกับกรุ๊ปผู้อำนวยการสร้างได้นั่งคุยกับดอร์แนนเป็นเวลานานตามคำขอของเขา เราคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่ใครก็ตามที่จะรับบทนี้จักต้องทุ่มเทตัวเองแบบสุดๆ ยิ่งๆ บรูเน็ตติกล่าว กับถ้าจักมีความไม่มั่นใจ เกิดขึ้น มันก็จักกลายเป็นปัญหาใหญ่ในการถ่ายทำ พร้อมทั้งก็อาจจะเป็นปัญหาในหนังใหม่เรื่องอื่นๆ ด้วย

เรื่องที่ 4.เรื่องของ อนาสตาเซีย สตีล ทาสรักสาว

เหตุด้วยผู้มารับบทบาทนี้ก็คือ ดาโกต้า จอห์นสัน เธอสนใจบทอนาสตาเซียก่อนโปรเจ็คนี้จะเป็นรูปเป็นร่างด้วยซ้ำไป เธอแสดงความคิดหลังจากการอ่านนิยายว่า ฉันรู้สึกว่าโลกเราเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก พร้อมทั้งหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ จนเซ็กส์ในหนังเข้าใหม่สือเรื่องนี้ ที่ถูกอธิบายอย่างโจ่งแจ้งพร้อมด้วยชัดเจน เป็นอะไรที่อิสระเสรีเพราะด้วยคนทั่วไปค่ะ

และผู้กำกับหนังของจอห์นสัน ได้อธิบายถึงเหตุผลที่นางเอกของเธอเหมาะกับบทนี้ว่า ฉันรู้ตั้งแต่แรกที่เราได้พบดาโกต้าแล้วว่าเราพบแอนัสเตเซียของเราแล้ว เธอแสดงถึงสมดุลที่เพอร์เฟ็กต์ระหว่างความเปราะบาง ความแสบซ่า ความงดงามด้วยกันความกล้าหาญ ดาโกต้าเข้ามาทดสอบบทตั้งแต่ตอนแรกๆ มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ฉันรู้ว่าบทนี้เป็นของเธอ ดาโกต้า เธอมีไหวพริบ เสน่ห์และความเฉลียฉลาดของแอนาและเธอก็เนรมิตชีวิตให้บทนี้ได้อย่างที่ฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะมีใครทำได้อีก





วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

บทวิจารณ์หนัง มลักหมดแก้ว Love on The Rock ชีวามันแผลบแสนสั้น

บทวิจารณ์หนัง รักหมดแก้ว Love on The Rock ชีวิตมันแสนสั้น






เช็ครอบหนัง: เพื่อบางคนอาจจักตั้งคำถามว่าถ้าหากตัวเองไม่ได้เป็นคนกินเหล้าใช่ไหมอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ชอบออกไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนในยามวิกาลแล้วจะยัง มีอารมณ์ร่วม ไปกับหนังเรื่องนี้ไม่ก็เปล่า อันที่แน่ๆตัวหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีความเฉพาะกลุ่มขนาดนั้น เป็นแน่แท้อยู่ที่เหตุการณ์หลักๆของมันจะเกิดขึ้นกับสังคมในวงสุรา แต่ในขณะเดียวกันตัวหนังก็ยังพูดถึงเรื่องราวความรักของ
หนุ่มสาว - มิตรภาพระหว่างกลุ่มเพื่อน - การเรียนรู้ชีวิตสร้างผ่านชีวิตพร้อมด้วยคำบอกเล่าของคนอื่น

รวมไปถึงการเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันมีค่าของแต่ละคนด้วย

เพราะด้วยตัวหนังบรรยายเล่าเรื่องราวของ ไฟเลี้ยว หรือไม่ พิไลพร สุปินชมภู หญิงสาวรักอิสระพร้อมทั้งไม่ต้องการจักถูกผูกมัดใดๆ เธอคิดว่าความรักที่ดีเพราะตัวเองนั้นคือการที่ต่างฝ่ายต่างจักต้องเว้นช่องว่างระหว่างกันไว้จนไม่น่าอึดอัดเหรอห่างเหินกันมากจนเกินไป

ถึงแม้ว่าตลอดชีวิตเธอจะผิดหวังมาโดยตลอดจนกระทั่งเธอได้เจอกับ บั๊กโจ้ ไม่ก็ ณปรัชญ์ รัตนนิตย์ หนุ่มตี๋หน้างงโลก เจ้าของร้านเหล้าที่ขอเงินพ่อตัวเองมาเปิด เหมือนเป็นสถานที่เอาไว้สังสรรค์กับเพื่อนฝูง เขาดูไม่คิดจะนักจังอะไรกับชีวิตก็เพราะว่าคิดว่าอนาคตยังอีกยาวไกลพร้อมทั้งเวลาก็เหมือนเป็นสิ่งที่ไม่มีวันหมด

เพราะว่าประเด็นเรื่องการคบกันแบบหลวมๆ จึงถูกพัฒนาพร้อมกับชี้ให้เห็นว่าอันที่แน่แท้แล้ว ความรักแบบมีช่องว่าง ก็มีปัญหาด้วยกันความขัดแย้งในตัวเองอยู่ ทันทีที่อันที่สุทธิแล้วการที่คนสองคนอยู่ใกล้ชิดกัน ซึ่งในเรื่องตีแผ่ให้เห็นว่าทั้งไฟเลี้ยวและบั๊กโจ้อาศัยอยู่ด้วยกัน ในช่วงเวลาที่แต่ละคนอยู่คนเดียวก็ยังมีการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของกันพร้อมกับกันอยู่ดี ทั้งความผูกพันของคนสองคนย่อมเกิดขึ้นมาอยู่แล้วอย่างไม่อาจจักหลีกเลี่ยง ทำให้การ คบซ้อน ของทั้งสองฝ่ายทำให้ต่างฝ่ายต่างเปรียบเทียบ คนใหม่ ของกันและกันอยู่ในที

ซึ่งในขณะที่ฝ่ายหญิงกลายเป็นตัวละครที่พยายามจะสะท้อนสภาวะความไม่แน่นอนของการใช้ชีวิตคู่เธอเลยไม่ต้องประสงค์จะกระโจนลงไปในสิ่งที่เธอหวาดกลัวว่า ถ้าหากเธอเองตบปากพร้อมทั้งรักใครสักคนอย่างหมดหัวใจแล้ว เธอจักไม่ผิดหวัง ไฟเลี้ยวจึงเฟุ้งเฟื่องกจะเพลย์เซฟตัวเองด้วยการทำให้เจ็บปวดน้อยที่สุด ซึ่งหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่นั้นก็สร้างความเจ็บปวดให้กับตัวเองไม่แพ้กัน

พร้อมกับถึงแม้ว่าความรักระหว่างคู่ พระ - นาง นั้นจักว้าวุ่นแค่ไหน แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่พ่ายกันในตัวอย่างหนังใหม่เรื่องนี้ก็คือบรรดาสังคมในวงเหล้าซึ่งประกอบไปด้วย

  1. พี่อุ๊ หรือไม่ก็ มาช่า วัฒนพานิช ที่เป็นเจ๊ใหญ่ในวงเหล้า เต็มที่ในทุกวันกับชีวิต
  2. พี่แมน ใช่ไหม ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ ที่เป็นเกย์แมนพูดจาตรงไปตรงมีมีความคิดสวนทางกับพี่อุ๊เสมอ
  3. พี่โบ้ รหือ ปองกูล สืบซึ้ง เขาเป็นรุ่นพี่ร่างใหญ่ที่เป็นเหมือนศาลพระภูมิในวงเหล้า
  4. พี่นุ ใช่ไหม เอ็ม บุดดาเบลส ทายาทลูกเศรษฐีที่ชอบแต่งตัวเป็นฮิปสเตอร์
  5. เจ๊ด ไม่ใช่หรือ สงกรานต์ The Voice เขาเป็นหนุ่มเซอร์สุดเสี่ยว ที่เคยจีบไฟเลี้ยวแต่ไม่ติด
  6. ญาญ่า หรือไม่ก็ แอน โพลิติก เพื่อนสนิทแสนสุภาพของไฟเลี้ยว


ซึ่งความโดดเด่นอย่างหนึ่งของหนังเรื่อง รักหมดแก้ว นั้นก็คือช่วงเวลาที่หนังให้เราได้เห็นการอยู่รวมกันของคณะสุราที่กลุ่มเพื่อนจักพูดคุยกันอย่างสนุกสนานจนเราเกือบลืมไปเลยว่าบุคคลิกลุ่มนี้กำลังแสดงหนังเข้าใหม่ในเราดูอยู่

พร้อมด้วยความเป็นกันเอง ของตัวละครจึงทำให้ผู้ชมเปรียบเสมือนเป็นเพื่อนอีกคนที่ได้เฝ้ามองพวกเขาเล่าชีวิตอันน่าตื่นเต้น ฝาดโผนและน่าผิดหวังไปพร้อมๆ กัน

ดังนั้นเรื่องย่อละครจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตราบใดมีเพื่อนสักคนในกลุ่มเกิดจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือไม่ก็ไม่สบายกะทันหันจนท้ายที่สุดแล้วเพื่อนคนดังกล่าวจะจากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ และถึงแม้ว่าเพื่อนคนอื่นๆ จะเศร้าแค่ไหน จุดหักเหของชีวิตใครสักคนย่อมทำให้อีกหลายคน คิด ต่อไปอีกว่าชีวิตของเราล่ะจักเดินหน้าไปอย่างไรกันต่อดีเพราะท้ายที่สุดแล้วคนเราก็ต้อง เเลื่องก ในสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตตัวเอง พร้อมด้วยสุดท้ายเราก็จักได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองเพราะที่ไม่มีใครมาสอนเราได้ด้วยเช่นกัน

@พริตตี้ปลาสลิด

3.5 คะแนนจาก 5 คะแนน

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ตัวอย่างหนังใหม่หลักใหญ่ HORNS,วิจารณ์หนังเปลาะ BEFORE I GO TO SLEEP

หนังเรื่อง HORNS คนมีเขา แต่นี่เป็นหนังรัก!!!





เพื่อหนังเรื่อง HORNS นั้นจักเปรยเล่าเรื่องราวของ อิ๊ก เพอริช  เหรอ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ที่ขึ้นมาพบว่าตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าแฟนสาวของตัวเอง พร้อมทั้งไม่เพียงแค่นั้นเขายังมีเขาซาตานงอกอยู่บนหัวอีกด้วย

แต่ว่าสิ่งที่เป็นเหมือนกับคำสาปก็ก่อให้เกิดพรสวรรค์ใหม่ เท่าที่ อิ๊ก นั้นได้พบว่าตัวเองมีพลังพิเศษในการโน้มน้าวให้ทุกคนทำสิ่งที่เขาต้องการ ด้วยกันทำให้คนๆ นั้นสารภาพบาปที่เคยทำออกมาได้ ดังนั้นเขาจึงใช้พลังที่ได้มาใหม่นี้ในการตามล่าหาตัวคนที่ฆ่าแฟนของเขา

เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ อเล็กซานเดอร์ เอจา ซึ่งคิดว่าชาวไทยน่าจักคุ้นเคยชื่อของเขาจากหนังปลากินคนอย่างเรื่อง Piranha 3D ซึ่งถ้าเอาแน่นอนๆ เขานั้นได้รับสมญานามว่าเป็นผู้กำกับการแสดงหนังหนัง เลือกระฉ่อนดสาด มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจักเป็นเช็ครอบหนังเรื่อง


  • 1.Haute Tension
  • 2.The Hills Have Eyes
  • 3.Mirrors 


ดังนั้นการเล่าเรื่องของคนมี เขา ซึ่งงอกออกมาบนหน้าผากพร้อมคำตราหน้าที่ว่าเขาเป็นคนฆ่าแฟนตัวเองจึงเรียกได้ว่าน่าสนใจไม่ปราชัยผลงานเรื่องก่อนๆ เลยทีเดียว



เพราะว่าที่ตัวของ เอจา เองก็มองหาโอกาสในการกำกับงานหนังใหม่ๆ ในการกำกับ ซึ่งหนังอย่าง Horns นั้นก็คือการลงไปสำรวจในความมืดมนของมนุษย์ ตัวหนังนั้นดัดแปลงมาจากนวนิยายในชื่อเดียวกันซึ่งได้รับการแปลมาแล้วหลายภาษารวมถึงภาษาไทย สัมผัสที่ 7 สัมผัสต้องสาป เขียนเพราะว่า โจ ฮิลล์

ตัวของ โจ ฮิลล์ ผู้เขียนนิยายนั้นมองว่า เขาสงสัยว่าจะเป็นอย่างไรถ้าสมมติเป็นได้มีพลังพิเศษในการรับรู้ถึงเรื่องราวที่ย่ำแย่ที่สุดของทุกคนรอบตัว

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรงกดดันทางใจที่เลวร้ายที่สุดด้วยกันมืดดำที่สุด เราจะยังคงไว้วางใจพร้อมทั้งรักเขาถัดไปไม่ก็ไม่ หรือไม่ก็ยังคงจักสนิทใจกับคนรอบข้างอยู่ไม่ใช่หรือไม่ พร้อมทั้งมันจะส่งผลเช่นไรกับตัวเรา

เพราะว่าที่ไม่แค่เท่านั้นฮิลล์ยังเพิ่มเติมอีกว่า ตัวผมคาดหวังว่าคำสารภาพเหล่านี้จะเปลี่ยนให้อิ๊กกลายเป็นปีศาจเจ้าอารมณ์ เขาอาจจักต้องเกลียดมนุษย์ แต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จักมาสั่นคลอนความดีงามที่อยู่ในตัว ก็เพราะว่าบางทีแล้วการรับรู้เรื่องราวที่เลวร้ายที่สุดของคนรัก แต่เราก็ยังคงต้องรักเขาจากนั้น




บทวิจารณ์หนังเรื่อง BEFORE I GO TO SLEEP







ซึ่งพล็อตเรื่องของตัวอย่างหนังใหม่เรื่อง BEFORE I GO TO SLEEP นั้นว่าด้วยการตื่นนอนของหญิงสาวคนหนึ่งที่ความทรงจำของเธอจะลบเเล่าลือนพร้อมด้วยรีเซ็ตตัวเองทุกครั้งภายหลังที่นอนหลับพร้อมด้วยตื่นขึ้นมาในรุ่งเช้าของอีกวัน เธอจักไม่เป็นได้จดจำได้ว่าเหตุการณ์ในช่วงเวลาของวันที่ทะลุทะลวงมาจะเกิดอะไรขึ้นซึ่ง คริสทีน ไม่ก็ นิโคล คิดแมน นั้นคือเจ้าของอาการดังกล่าว

เรื่องของ จุดตั้งต้นต้นของลูปเวลาในหนังนั้นเกิดขึ้นตอนที่คริสทีนได้รับเสียงโทรศัพท์จากคุณหมอที่อ้างตัวเองว่าชื่อ ด็อกเตอร์แนช เหรอ มาร์ค สตรอง ผู้เล่าเรื่องราวว่าเขาเป็นแพทย์ที่รักษาเธอและให้เหตุผลว่าสาเหตุที่คริสทีนความจำรีเซตมาเพราะตลอดนั้นเกิดจากการที่เธอถูกทำร้ายด้วยของแข็งที่ศีรษะหลายครั้งจนสมองได้รับความกระทบกระเทือนด้วยกันสูญเสียความทรงจำไป ความพยายามที่เขาช่วยเหเลื่องเธอก็คือให้คริสทีนอักวิดีโอเพื่อเล่าเรื่องราวของตัวเองเอาไว้ทุกคืนก่อนนอนเพราะว่าห้ามให้สามีอย่าง เบน ไม่ก็ โคลิน เฟิร์ธ รู้เด็ดขาด

ถึงแม้ว่าปัจจุบันคริสทีนจะอายุ 40 ปี แต่ความทรงจำของเธอหยุดเวลาอยู่แค่ปีที่ 27 ของชีวิต นั่นหมายความว่าเธอจะช็อคกับทุกเช้าที่ร่างกายของเธอได้เปลี่ยนแปลงไปจนเธอแทบจำไม่ได้ ภาวะสูญเสียความทรงจำนี้ทำให้เธอหวาดระแวงคนรอบตัว พร้อมทั้งคนที่รู้สึกไม่น่าไว้วางใจที่สุดก็คือเบนสามีของตัวเอง

ซึ่งในขณะที่เบนไม่น่าไว้วางใจเท่าไรก็ตาม แต่เขาก็ดูเหมือนว่าชีวิตแต่งงานที่เขาต้องแบกรับความภาระอันหนักอึ้งในการดูแลภรรยาที่สูญเสียความทรงจำไปแล้ว ในทุกๆ วันเขาจะต้องพยายามทำให้เธอจดจำเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่เปลี่ยนมาให้ได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องด้วยสภาพจิตใจของเขาด้วยเช่นกัน

แต่ว่าสิ่งที่เขาพยายามจะเอิ้นกับคริสทีนในทุกๆ วันนั้นจักแน่ใจได้อย่างไรว่านั่นไม่ใช่เรื่องเล่าประโลมโลกที่ความแน่นอนแล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างถ้าหาก

เรื่องนี้ ผู้กำกับอย่าง โรแลนด์ จอฟฟี่ ได้เโจษจันกจะเล่าหนังในสไตล์ที่เรียกได้ว่าค่อนข้างเนิบนาบ ไม่ได้พยายามเร้าอารมณ์คนดูแบบหนังทริลเลอร์ทั่วไป ซึ่งแน่นอนว่าหนังพยายามใส่ความเคเอิกเกริกบแคลงให้กับตัวละครทุกๆตัวไม่เว้นแม้กระทั่งคริสทีนเองที่ เธอก็ดูเหมือนมีความลับอะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน พร้อมทั้งจนกระทั่งหนังค่อยๆแบไต๋อะไรบางอย่างออกมาให้ผู้ชมรับรู้ ก็เรียกได้ว่าหนังก็มี กลวิธี ในการทำให้ผู้ชมอย่างจักติดตามว่าจักเกิดอะไรขึ้นถัดจากนั้น

พร้อมด้วยก็เป็นที่แน่นอนว่ามีกระแสที่คนจะหยิบยกหนังทริลเลอร์ที่ฉายไล่เลี่ยกันอย่าง Gone Girl มาเปรียบเทียบกับหนังเรื่อง BEFORE I GO TO SLEEP ซึ่งแน่นอนว่ามัน แตกต่าง กันพอสมควร ผลงานของ เดวิด ฟินเชอร์นั้นถูกเล่าด้วย มุมมองใหม่ กว่า พร้อมกับมันเร้าอารมณ์ผู้ชมมากกว่า ในขณะที่ BEFORE I GO TO SLEEP เป็นทริลเลอร์ที่นิ่งกว่าและเลือกจะฮุคหมัดเด็ดด้วยการช็อคผู้ชมในตอนท้ายตลบเดียว

เนื่องด้วยการแสดงของนักแสดงนำไม่ว่าจะเป็น

  1. นิโคล
  2. โคลิน
  3. มาร์ค 


ซึ่งก็อาจจะเรียกได้ว่าพวกเขาทำหน้าที่ของตัวเองได้สมน้ำสมเนื้อ แม้ว่าจะไม่ได้มีผนังที่โชว์พลังทางการแสดงแบบพีคมาก แต่ก็มี ม่าน ให้ความเป็นไทของ ที่น่าจดจำอยู่เหมือนกัน

@พริตตี้ปลาสลิด

ให้ 3 คะแนนจาก 5 คะแนน

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บทวิจารณ์หนัง FURY คือความกล้าหาญกระทำการเพื่อชาติ

บทวิจารณ์หนัง FURY เหรอ วีรกรรมทำเพื่อชาติ




ซึ่งอันที่แน่ๆแก่นของตัวอย่างหนังใหม่สงครามนั้นคงหนีไม่พ้นประเด็นไม่กี่อย่างนั่นคือ

  • ข้อแรก การนำเสนอความรักชาติพร้อมทั้งพวกพ้อง
  • ข้อสอง ผลพวงจากสงครามรอยบาดแผลและคราบเเลื่องดรวมไปถึงคราบน้ำตา 
  • ข้อสาม การขายม่านห้ำหั่นกันระหว่างฝ่ายดีและฝ่ายศัตรู


พร้อมทั้งแน่นอนว่าหนังสงครามแล้วขึ้นชื่อว่าคนชนชาติใดเป็นผู้สร้างก็มักจะต้องเขียนบท เข้าข้าง ชีวประวัติศาสตร์ชาติของตัวเองเป็นสำคัญ ว่ากันง่ายๆ เลยก็คือหนังสงครามส่วนมากก็มักจักปลุกกระแสชาตินิยมเป็นปกติ ด้วยกันมักจะต้องโยนขี้เหรอพยายามทำให้อีกฝ่ายหนึ่งดูมีความ ชอบธรรม น้อยกว่าเพื่อจะได้เป็นข้ออ้างในการเข่นฆ่าฝ่ายตรงข้ามเพราะว่าไม่ต้องพยายามหาความมีมนุษยธรรมมาทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น



ซึ่งหนังอย่างเรื่อง Fury นั้นอาจจะกล่าวได้ว่ามันมีแนวคิดตามที่ระบุมาข้างต้นเกือบครบครันทุกประการ ตัวหนังย้ำเล่าเรื่องราวของพลรถถังกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ในช่วงเวลาปลายสงครามโลกครั้งที่ 2

ซึ่งฝ่ายอเมริกานั้นได้รับมอบหมายทำให้ทำการรบกับศัตรูอย่างนาซีแบบเต็มพิกัดและเป้าหมายเดียวของพวกเขาก็คือการตีเข้าใจกลางเยอรมันให้ย่อยยับราบพนาศรัย เพราะว่ารถถังที่เป็นยานพาหนะสำคัญให้กลุ่มตัวเอกได้ใช้เดินเรื่องก็คือ รถถังเอ็ม 4 ที่ชื่อว่าฟิวรี่ แน่นอนว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการต่อสู้ไม่ว่าทหารฝ่ายใดก็ตามก็ล้วนเหนื่อยล้าพร้อมทั้งอิดโรยจากความยาวนานของการรบราฆ่าฟัน ดังนั้นจิตวิญญาณของเหล่าทหารก็เริ่มทำร่อยหรอเข้าไปทุกที



กับทางผู้กำกับหนังหนังใหม่ของเรื่องอย่างเดวิด เอเยอร์นั้น ตั้งใจนำเสนอภาพสงครามออกมาพาฝันค่อนข้างน้อยกว่าหนังสงครามเรื่องอื่นๆ เขานำเสนอภาพความรุนแรง ดิบ โหดร้ายพร้อมทั้งสมครัน ไม่ว่าจะเป็นเศษชิ้นเนื้อมนุษย์ที่หลุดกระจายปลิวว่อนตลอดเรื่อง

สิ่งที่แน่นอนว่าภาพลักษณ์ของทหารในเรื่องนี้จะไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะของฮีโร่ผู้พิทักษ์อเมริกา แต่พวกเขาจะเป็นแค่คนธรรมดากลุ่มหนึ่งที่เดิมพันชีวิตของตัวเองฝากไว้กับรถถัง พร้อมด้วยความเจ็บปวดที่พวกเขาได้รับกลับมานั้นไม่ใช่แค่เหมือนบาดแผลภายนอกเท่านั้น แต่มันยังบาดลึกลงไปถึงจิตใจของพวกเขาด้วย พร้อมกับความสูญเสียระหว่างพลทหารด้วยกันเองนั้นยิ่งสร้างความรู้สึกเกลียดชังฝ่ายศัตรูอยู่ทุกจนกระทั่ง



เพราะว่าที่ตัวละครของ โลแกน เลอร์แมน ที่แสดงในบทบาทของนอร์แมน เด็กชายวัยรุ่นที่กระโจนเข้ามาในสงครามครั้งนี้ด้วยความจำเป็น เขาเป็นภาพแทนของผ้าขาวที่กำลังถูกทำให้เปื้อนด้วยความเลวร้ายของสงครามที่ตลอดเวลาที่หนังดำเนินเรื่องไปนั้น เขาก็ได้เรียนรู้การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ การรับผิดชอบต่อส่วนรวม และแน่นอนมันทำให้เขาต้องจับอาวุธเพื่อฆ่าคนไม่เช่นนั้น หากเขาไม่ลั่นไกกระสุนออกไป อีกหลายชีวิตในพรรคพวกของตัวเองก็อาจจักต้องพบจุดจบ พูดง่ายๆคือหนังทั้งเรื่องถูกนำเสนอผ่านสายตาของเขา ซึ่งกล่าวได้ว่ามันคือการก้าวพ้นพ้นวัยของตัวละคร

พร้อมกับตัวละครอีกหนึ่งตัวที่โดดเด่นไม่พ่ายนักแสดงเลยก็คือรถถัง Fury ซึ่งฝาผนังรถถังในหนังเรื่องนี้เรียกได้ว่าตอนที่เกิดเหตุการณ์สู้รบกับฝ่ายตรงข้ามนั้น การจู่โจมด้วยกันการเคลื่อนที่ของตัวรถถังในเรื่องสามารถสร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชมลุ้นไปกับตัวละครกับรถถัง Fury ได้อย่างนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว




ซึ่งอย่างไรก็ตามแม้ว่าพระเอกของเรื่องอย่างแบรด พิตต์ จะมีกำแพงถอดเสื้อโชว์กล้ามเป็นอาหารตาในช่วงกลางเรื่องก็ตาม แต่นอกเหนือจากพลังดาราแล้ว หนังอย่าง Fury ก็ยังทำหน้าที่เป็นหนังสงครามฟอร์มกลางที่ไม่ได้ตั้งใจใส่ม่านสงครามชนิดยิงกันโครมครามหูดับตับไหม้ มันยังนำเสนอเรื่องราวที่ตัวละครจักต้องปลงใจพร้อมกับเลือเลื่องกเดิน แม้ว่าสุดท้ายแล้วโปรแกรมหนังจักไม่จบลงในสไตล์วีรบุรุษก็ตาม แต่หนังก็เเลื่องลือกที่จักนำเสนอว่าท้ายที่สุดแล้ว บางครั้งการเอื้ออาทรแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อาจจักเป็นทางเดียวที่สงครามจักยุติลง

@พริตตี้ปลาสลิด

ให้คะแนน 3.5 คะแนนจาก 5 คะแนน




  • FURY
  • FURY
  • FURY
  • FURY
  • FURY
  • FURY
  • FURY
  • FURY
  • FURY
  • FURY

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หนังประจำสัปดาห์ วันที่ 30 ตุลาคม - 5 พ.ย. 57

ตัวอย่างหนังใหม่ประจำสัปดาห์ วันที่ 30 ตุลาคม - 5 พฤษจิกายน 57



มาดูโปรแกรมหนังด้วยว่าคนรักหนัง หนังใหม่ประจำสัปดาห์นี้ เช็ครอบหนังระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2557 ถึงวันพุธที่ 3 พฤศจิกายน 2557 ทุกโรงหนัง เพราะด้วยคอหนังใหม่ไม่ควรพลาด!! อัพเดทใหม่ ที่นี่


1.หนังเรื่อง Masked Rider Movie มหาศึกมาสค์ไรเดอร์




วันที่หนังเข้าฉาย 30-10-2014

เรื่องย่อหนัง/ละคร

จุดเริ่มทำต้นสงครามครั้งยิ่งใหญ่ของมาสค์ไรเดอร์ทั้ง 2 ยุค จากคำท้าทายของ ฮอนโก ทาเคชิ หรือไม่มาสค์ไรเดอร์ หมายเลขหนึ่ง พร้อมกับ ไอ้มดแดง ที่เป็นตัวแทนของมาสค์ไรเดอร์รุ่นเก๋าจากยุคโชวะ ที่ได้รับคำท้าทายจาก คาซุราบะ โคตะ ไม่ใช่หรือ มาสค์ไรเดอร์ไกมุ ตัวแทนของมาสค์ไรเดอร์รุ่นใหม่ล่าสุดจากยุคเฮย์เซย์ ว่าพวกเขาไม่สามารถจะปกป้องโลกได้

สิ่งนี้ทำให้มาสค์ไรเดอร์ไกมุ ต้องออกเดินทางไปพร้อมกับ มาสค์ไรเดอร์ดีเคด รวบรวมพลพรรคเหล่ามาสค์ไรเดอร์แบบใหม่ เพื่อเปิดศึกครั้งใหญ่กับมาสค์ไรเดอร์รุ่นเก๋า แต่ทว่าระหว่างนั้นเองมาสค์ไรเดอร์ฟิฟทีน ก็ได้ปรากฏกายขึ้นอย่างลึกลับ พร้อมภารกิจบางอย่าง เป้าหมายของเขาคืออะไร? ศึกครั้งนี้ใครจะเป็นผู้ปกป้องโลก แล้วมาสค์ไรเดอร์ ยุคใดจักเป็นผู้ชนะศึกนี้!


2.หนังเรื่อง รัก ลวง หลอน






วันที่หนังเข้าฉาย 30-10-2014

เรื่องย่อละคร/หนัง

จุดบุกเบิกต้นเกิดขึ้นในคืนวันแต่งงาน ชีวิตคู่ ของกานต์ แสดงเพราะ พิชญะ นิธิไพศาลกุล กับ อ้อม แสดงเพราะว่า สุชาร์ มานะยิ่ง ซึ่งทั้งคู่หวังจะสร้างครอบครัวเล็กๆ ในแบบของตนเอง แต่ว่าได้กลับกลายเป็นจุดริเริ่มต้นของเรื่องราวสยองขวัญ

ครั้น อ้อม ได้พบศพสิตา แสดงเพราะ มาลินิ โคทส์ ที่เป็นพี่สะใภ้ของ กานต์ นั้นผูกคอตายในบ้านหลังจากวันนั้นอ้อม ริเริ่มรู้สึกถึงความ ผิดปกติร่างกายที่เคย เป็นของตน ถูกผีสิตาพยายาม เข้าครอบครอง อ้อมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ท่ามกลางความงุนงง ของกานต์ รวมทั้ง กุล แสดงเพราะว่า วรัลชญาน์ จินดา รักษ์ วงศ์ ที่เป็นพี่สาวคนโต พร้อมทั้ง กรณ์ แสดงโดย เศรษฐพงศ์ พางพอ พี่ชาย คนรอง และ สามี ของสิตา กับ มุก ผู้เป็นเสมือนพี่เลี้ยงของหนุ่มสาวทั้งสามมาตั้งแต่เด็ก ผีสิตานำพาอ้อมและกานต์ไปสู่ โศกนาฏกรรม พร้อมทั้ง ความสยองขวัญ ยิ่งทั้งสองต่อสู้เพื่อจะหลุดพ้นจากผีสิตา กลับยิ่งเข้าใกล้ปริศนาการตายของเธอ พร้อมกับยิ่งพบกับด้านมืดของคนรอบข้าง เหรอ แม้กระทั่งระหว่างตัวกานต์กับอ้อมเอง



3.หนังเรื่องคนเห็นผี







วันที่หนังเข้าฉาย 30-10-2014

เรื่องย่อหนัง

เพื่อหนังเรื่อง The Eyes Diary เป็นหนังสยองขวัญปนความโรแมนติก ที่เป็นเรื่องใหม่จากฝีมือผู้กำกับหนัง มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล 1. คนผีปีศาจ , 2. 13เกมสยอง ที่ว่าด้วยเรื่องราวของชายคนหนึ่ง ผู้ตามเก็บข้าวของจากคนที่เสียชีวิตไปแล้ว ด้วยความเชื่อส่วนตัวว่าการกระทำแบบนี้ จะช่วยให้เขาได้เห็นวิญญาณของคนรักที่ตายไปแล้ว



4.หนังเรื่อง Whiplash ตีให้ลั่น เพราะว่าฝันยังไม่จบ






วันที่หนังเข้าฉาย 30-10-2014

เรื่องย่อหนัง/ละคร

หนังเรื่องนี้เป็นผลงานจากผู้สร้างจากเรื่อง Juno เรียกได้ว่าจอเงินที่ได้รับเกียรติเปิดเทศกาลหนังซันแด๊นซ์ กับได้รับรางวัล Grand Jury Prize มาครอง เรื่องราวของ แอนดรูว์ ที่รับบทเพราะว่า ไมลส์ เทลเลอร์ จาก Divergent ซึ่งเป็นมือกลองหนุ่มวัย 19 ปี ที่ต้องการเป็นมากกกว่าฝาหลังในวงดนตรี

ซึ่งความฝัน ของเขานั้นคือการเป็นมือกลองระดับโลกก็ขึ้นต้นต้นขึ้น คราวเขาถูกค้นพบเพราะ เทอเรนซ์ เฟลชเชอร์ แสดงเพราะ เจเค ซิมมอนซ์ ที่ได้เป็นครูสอนดนตรีที่มีวิธีการสอนที่เข้มข้น เพราะว่าเฉพาะตราบใดเขาเห็นพรสวรรค์ที่อยู่ในตัวเด็กคนนี้



5.หนังเรื่อง The Equalizer มัจจุราชไร้เงา






วันที่หนังเข้าฉาย 30-10-2014

เรื่องย่อละคร/หนัง

เหตุด้วยเรื่อง The Equalizer ได้สร้างมาจากทีวีซีรีส์ชื่อเดียวกันซึ่งออกฉายครั้นปี 1985 เพราะบอกให้ทราบเล่าเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่ง ที่นำแสดงเพราะว่า เดนเซล วอชิงตัน มารับบทเป็น โรเบิร์ต แม็คคอล ที่ได้เก็บอดีตอันลึกลับของเขาแบบปิดตาย เหลือเลื่องไว้พ่างแต่ชีวิตธรรมดา ๆ เรียบง่าย

แต่แล้วในวันหนึ่ง ชะตาชีวิตของเขาก็ได้พลิกผัน ครั้งต้องมาเจอกับโสเภณีเด็กสาว ที่นำแสดงเพราะว่า โคลอี มอเรตซ์ ซึ่งได้ถูกควบควบคุมเพราะแก๊งมาเฟียรัสเซีย 

สิ่งนั้นทำให้เขาทนเห็นความโหดร้ายทารุณ และความไม่ถูกต้องไม่ได้ ทำให้เขาต้องช่วยเด็กสาวที่ไร้ทางสู้ด้วยความสารถ ไหวพริบ พร้อมด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่า ถ้าใครที่ถูกทำร้ายและไร้ที่พึ่งพิง เขานี่แหละที่จะช่วยเหระบือผู้คนมากมายได้ เพราะเขาคือ The Equalizer มัจจุราชไร้เงา



ติดตามชม ตัวอย่างหนังใหม่ เช็ครอบหนัง บทวิจารณ์หนัง หนังใหม่ เพิ่มเติมได้ที่ http://xn--12cmad7fk7bcnb3gc0fe3una1a6g.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

โปรแกรมหนัง: วิจารณ์หนังใหม่ประเด็น THE BABADOOK เดอะบาบาดุค

บทวิจารณ์หนังเรื่อง THE BABADOOK 

 


เรียกได้ว่ากลายเป็นหนังสยองขวัญอีกเรื่องหนึ่งที่จัดได้ว่ามาแรงไม่แพ้กับหนังสยองขวัญตุ๊กตาผีอย่างแอนนาเบลเลยทีเดียว ในขณะเดียวกันปรากฏการณ์ที่น่าสนใจยามที่หนังสักเรื่องมีผลการตอบรับจากผู้ชมพร้อมด้วยเสียงแตกออกเป็นสองฝั่งคือชอบมากกับเกลียดมาก ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวหนังได้เป็นเท่าทวีคูณเลยทีเดียว

ด้วยพล็อตเรื่องของ The Babadook ที่ได้รับสั่งเล่าเรื่องราว 6 ปีให้หลังจากการเสียชีวิตของสามี นั้นทำให้เอมิเลีย หรือว่า เอสซี่ เดวิส ต้องเลี้ยงดูซามูเอล ไม่ก็ โนอา ไวส์แมน ซึ่งเป็นลูกชายวัยหกขวบของเธอแทบลำพังอย่างยากลำบาก

ในทุกๆ คืนเด็กชายมักจะถูกหลอกหลอนด้วยปีศาจในฝันร้ายที่เขาเชื่อว่าตั้งใจจะทำร้ายพร้อมทั้งมุ่งเอาชีวิตของตัวเองพร้อมทั้งแม่ จนวันหนึ่งหลังจากได้อ่านนิทานก่อนนอนที่มีชื่อว่า The Babadook พร้อมด้วยแล้วซามูเอลก็มั่นว่าใจสิ่งมีชีวิตที่แสนน่ากลัวในเนื้อเรื่องคือปีศาจที่เขาฝันถึงทุกคืน จากเรื่องไร้สาระที่ดูเหมือนจะเป็นแค่จินตนาการของเด็กชายตัวน้อย กลับกลายเป็นประสบการณ์หลอนคาบ้าน ครั้ง 2 แม่ลูกพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้ตามลำพังอีกจากนั้น


 


เพราะความโดดเด่นของหนังเข้าใหม่เรื่อง The Babadook ในประการแรกคือการแสดงของสองแม่ลูก ที่คงจักกล่าวได้คำเดียวว่า “ยอดเยี่ยม” ซึ่งในด้านเอสซี่ เดวิสกับบทบาทแม่ผู้สิ้นหวังและเปลี่ยวเหงานั้น ได้ถูกสะท้อนออกมาทะลุทะลวงช่วงเวลาที่ตัวละครนี้หดหู่และสิ้นหวังจนถึงขีดสุด พร้อมกับถ้าเรายังจดจำ


  1. ผนังที่เธอพยายามใช้เซ็กส์ทอยเพื่อบำบัดความใคร่ของตัวเอง ก่อนที่จักถูกขัดจังหวะจากลูกชาย
  2. ฝาผนังที่เธอเกริ่นหมดความอดทนกับลูกตัวเองจนวีนแตก เหล่านี้ได้สะท้อนสภาวะความย่ำแย่ทางจิตใจของตัวละครที่ดูเกินจักเยียวยา
  3. พร้อมกับยิ่งไปกว่านั้นการ อดหลับ อดนอน ของตัวละครเอมิเลียยิ่งส่งผลอันเลวร้ายให้กับครอบครัวด้วย
ในด้านของซามูเอลก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับผู้ชม เพราะเราเองก็ไม่ค่อยมั่นใจเช่นเดียวกันว่า สิ่งที่เด็กชายพยายามจักทำนูลแม่ของเขาว่า “เดอะบาบาดุค” นั้นมีตัวตนเป็นแน่แท้ๆ ใช่ไหมเป็นสภาวะไม่มั่นคงของเด็กคนหนึ่งได้วาดตัวละครในจินตนาการขึ้นมากันแน่ ความคลุมเครือของสถานการณ์ดังกล่าวนอกจากส่งผลกระทบต่อผู้ชมแล้ว มันยังสะท้อนสภาวะบางอย่างของซามูเอลที่ทำให้คนดูรู้สึกสงสัยว่าเด็กคนนี้มีปัญหาทาง “จิต” หรือเปล่า



และตัวละครเด่นอีกตัวที่ผู้ชมอาจจะคาดไม่ถึงก็คือบ้านที่เป็นม่านบังตาหลังของเรื่อง ซึ่งได้ถูกออกแบบมาให้รองรับสภาวะจิตตกของตัวละครได้อย่างน่าสนใจ



  • หลายครั้งที่เราเห็นห้องของอมีเลียอยู่ในบรรยากาศอึมครึม
  • การปรากฏตัวของเดอะบาบาดุคแบบเป็นร่างขึ้นมาในห้องนอน
  • แมลงสาบในกำแพงหลังตู้เย็นกับสภาวะหลอนของอมีเลีย
  • ประตูหน้าบ้านที่ดูใหญ่ทะมึนและมาพร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ดังก้อง
  • ห้องรับแขกที่เอมีเลียพร้อมกับซามูเอลหลับคาโซฟาอยู่เป็นประจำ
โดยที่ฝาหลังนี้ยังช่วยสะท้อนสภาวะจิตใจของตัวละครในทุกๆครั้ง




แต่อย่างไรก็ตามแล้วรอบหนังเรื่อง The Babadook ไม่ใช่หนังผีในตระกูลที่จักมุ่งเร้าอารมณ์ด้วยเสียงดนตรีประกอบที่โหมประโคมซัดให้คนดูได้แต่ตกใจเช่นอย่างเดียว แต่ “ผี” ในหนังกลับทำหน้าที่ในการสะท้อนสภาวะของตัวละคร พร้อมกับชี้แจงกับคนดูเป็นนัยยะว่าแท้ที่แน่ๆแล้วความหวาดกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็นนั้นสะท้อนความไม่มั่นคงทางจิตใจของตัวละคร พร้อมด้วยการ ปลดปล่อยให้ความมืดดำนั้นยังสิงสถิตอยู่ถัดอาจจักหมายถึงการ ปล่อยให้ปมทางจิตใจเรื่อง “พ่อ” ยังคงอยู่ในชีวิตของสองแม่ลูกก็เป็นได้


ขอมอบให้ 4 คะแนนจาก 5 คะแนน



รวมบทวิจารณ์หนังทั้งหมด